| วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ – ไคโร |
| 22.00 น. |
ลากกระเป๋าเข้าประตู 8 เคาน์เตอร์ Q ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 สายการบิน อียิปต์แอร์ [Group Check In] กรุณานำกระเป๋าใบใหญ่มอบให้เจ้าหน้าที่ A-time Traveller เพื่อผูกป้ายชื่อและโบว์สี มัคคุเทศก์จะมอบหนังสือเดินทางและบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน พร้อมแจ้งประตูทางออกขึ้นเครื่องบินให้ท่านทราบ จากนั้นท่านจะต้องส่งมอบกระเป๋าเดินทางให้กับเจ้าหน้าที่สายการบินด้วยตนเอง ตามกฎข้อบังคับรักษาความปลอดภัย แล้วเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย |
|
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
|
-
กรุณางดนำของมีคม
ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด
ตะไบเล็บ เป็นต้น
กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน
-
วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน
เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง
โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100ml. แล้วใส่รวมกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ [ICAO]
-
หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะถูกปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน
จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ แล้วห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
|
วันที่สองของการเดินทาง ไคโร – เมมฟิส - ซัคคาร่า - มหาปิรามิด
|
|
| 00.45 น. |
เหิรฟ้าสู่กรุงไคโร โดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 959
พักผ่อนให้สบายบนเครื่องบิน
นอนหลับซะหนึ่งตื่นก่อนเท้าแตะพื้นที่แผ่นดินอียิปต์
มารู้จักอียปต์กันก่อน : เรื่องราวของอียิปต์โบราณเป็นสิ่งที่นักประวัติศาสตร์โบราณคดี
และนักวิชาการทำการ
ค้นคว้าและให้ความสนใจมานาน เพราะอียิปต์คือแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่
ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
และรุ่งเรืองมาเป็นเวลากว่า 5,000 ป
ี เชื่อกันว่าการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนสองฝั่งแม่น้ำไนล์ น่าจะเริ่มขึ้นราว
7,000 – 8,000 ปีก่อน แต่หลักฐานที่เป็นเรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ 5,000 ปีก่อน
เมื่อเมเนส (MENES) รวมอียิปต์บน และอียิปต์ล่างเข้าเป็นอาณาจักรเดียวกัน และเริ่มต้นอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ซึ่งเจริญถึงขีดสุดต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 3,000 ปี |
|
| 05.45 น. |
เครื่องลงจอดที่กรุงไคโรตั้งแต่เช้าตรู่ สูดอากาศยามเช้าของดินแดนที่มีอายุยาวนานนับพันปี หลังจากผ่านพิธีการที่สนามบินแล้ว มาทานอาหารเช้าที่ภัตตาคารกันก่อนจะเดินทางสู่ เมืองเมมฟิส

เมืองเมมฟิส เป็นเมืองหลวงเก่าของอียิปต์ ศูนย์กลางการปกครองที่สำคัญแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมแม่น้ำไนล์
มีความสำคัญตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 1 เป็นเมืองที่ได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นศูนย์
รวมอำนาจรวมอียิปต
์เข้าเป็นประเทศเดียวกันเมื่อกว่า 500 ปีมาแล้ว ที่เมืองเมมฟิสนี่จะเป็นจุดแรก
ที่เราจะได้พบกับ THE MYSTERY OF EGYPT นั่นคือรูปแกะสลักขนาดยักษ์จากหินแกรนิต
ของฟาโรห์ราม-เสสที่ 2 ซึ่งเป็นชิ้นที่มีความงดงามที่สุดชิ้นหนึ่งของอียิปต์ ใช้เวลากับการชื่นชมความสวยงามของรูปแกะสลักนี้พอประมาณ
เพราะยังมีสถานที่อื่น ๆ
ให้ต้องไปชมกันอีกเยอะ

หลังจากนั้นย้ายมาชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่แสดงงาน
ศิลปะต่างๆ อาทิเช่น สฟิงค์ หีบศพโบราณที่เรียกว่า
ซาโกฟากัส
และรูปสลักต่างๆ ได้เวลาพอสมควร
เดินทางกันต่อ
เพื่อมุ่งสู่ เมืองซัคคาร่า โดยผ่าน
เส้นทางที่อุดมสมบูรณ์
สองข้างทางเต็มไปด้วย
ต้นอินทผาลัม สวยงามเป็นทิวแถว เมื่อเดินทางถึง
เมืองซัคคาร่าแล้ว
เตรียมเปิดสมองและสองตา
เอาไว้ให้ดี ๆ เพราะว่าที่นี่ได้เก็บซ่อนความยิ่งใหญ่
ของอาณาจักรไอยาคุปต์ไว้ชมปิรามิดขั้นบันได
แห่งแรกของอียิปต์ที่เมืองซัคคาร่า
ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้าง
ขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์โจเซอร์ และถือว่าเป็นต้นแบบของปิรามิดทั้งปวง ที่มีการ
สร้างในยุคต่อมา |
|
12.00 น.บ่าย |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นเดินทางสู่ เมืองกีเซ ชมมหาปิรามิด
1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก องค์ฟาโรห์
แห่งอียิปต์โบราณสร้างเพื่อ
ฝังพระศพ
ของพระองค์เอง เป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่
และเก่าแก่ที่สุดของโลก ใช้เวลาสร้างนาน 30 ปี
จากหินขนาดใหญ่มาก แต่ละก้อนหนักกว่า 2 ตัน
วางชิดกันแม้กระดาษก็สอดไม่ผ่าน
ประกอบด้วยปิรามิด 3 องค์ คือ คีออพส์ , เคเฟรน
และ มิเซรินุส เฉพาะคีออพส์เป็นปิรามิดที่
ใหญ่ที่สุดในโลกกล่าวกันว่าอาจนำวิหารเซ็นต์
ปิเตอร์ที่กรุงโรมรวมกับวิหารเซ็นต์ปอลที่ลอนดอน
และ ดูโอโมวิหารแห่งเมืองฟรอเรนซ์
รวมไว้ในปิรามิดแห่งนี้ได้อย่างสบาย
(ค่าเข้าชมภายในสุสานไม่รวมในรายการ)
เดินชมสฟิงซ์แกะสลักจากเนินหินธรรมชาติ สูง21 เมตร
ยาว 73 เมตร
อยู่ด้านหน้าทางเข้า
ปิรามิดเครเฟรน
ส่วนหัวเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์และลำตัวเป็นสิงโต
ชาวอียิปต์นับถือเสมือน
หนึ่งเทพเจ้า ไม่ใช่เพียงแค่
พาทุกท่านมาเจอกับ THE MYSTERY OF EGYPT
เท่านั้น
แต่เรายังอยากจะชวนทุกท่านเข้าชมภาย
ในปิรามิด รวมไปจนถึงห้องลับปิรามิดนี้
(รายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงหากทางการปิดการเข้าชม)
หลังจากนั้น จะพาทุกท่านไปนั่งอูฐ ถ่ายภาพคู่กับปิรามิดเป็นที่ระลึกว่าได้มาถึงอียิปต์แล้วจริง ๆ จากนั้นไปชมโรงงานทำกระดาษปาปิรัส กระดาษชนิดแรกของโลกทำจากต้นกก
(Papyrus) ใช้บันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้าและเหตุการณ์
ในสมัยโบราณ จากนั้นเข้าไปชมโรงงานผลิตหัวน้ำหอม ซึ่งน้ำหอมเหล่านี้ว่ากันว่าทำมาจาก
สูตรดั้งเดิม แบบที่พระนางคลีโอพัตราเคยใช้ และหัวน้ำหอมเหล่านี้ได้กลายเป็นสินค้าส่งออก
ไปยังประเทศฝรั่งเศส เพื่อทำเป็นนํ้าหอมและโลชั่นอีกด้วย
นำช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองบริเวณปิรามิด เป็นการสำรวจสินค้าสำหรับวันแรกที่เราจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบชาวอียิปต์
จนได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
|
|
| 18.00 น. |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเข้าสู่ที่พักโรงแรม Cataract Hotel สำหรับค่ำคืนนี้ รีบเข้านอนและพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะว่าวันรุ่งขึ้น เราจะต้อง CHECK OUT ออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้ามาก ๆ นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์
|
|
วันที่สามของการเดินทาง ไคโร – อาบูซิมเบล – อัสวาน – ล่องเรือ
|
| 02.00 น. |
วันนี้เราต้องเช็ค-เอาท์ ออกจากโรงแรมกันแบบเช้ามาก ๆ เพื่อเดินทางไปยังเมืองอาบูซิมเบล สำหรับมื้อเช้าวันนี้ เราบริการท่านเป็นอาหารกล่องจากโรงแรม เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการเดินทาง เมื่อทุกท่านพร้อมเพรียงกันแล้วก็ออกเดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางไปเมืองอาบูซิมเบล |
|
| 04.30 น. |
ออกเดินทางโดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินภายในประเทศ MS 245 จุดหมายปลายทางห่างออกไปประมาณ 3 ชั่วโมง ได้หลับพักผ่อนอีกพอประมาณ
|
|
| 07.15 น. |
เดินทางถึงสนามบินเมืองอาบูซิมเบลอย่างปลอดภัย เมื่อพร้อมกันแล้ว ก็นั่งรถต่อ เข้าสู่ มหาวิหารอาบูซิมเบล ประกอบด้วยวิหารใหญ่ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 และ วิหารของเนเฟอร์ตารี ซึ่งเป็นมเหสีที่รักของพระองค์
วิหารอาบูซิมเบล งดงามยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงก้องโลก มหาวิหารอาบูซิมเบลตั้งอยู่บนหน้าผาขนาดใหญ่ เมื่อมีการสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ที่อัสวาน ทำให้วิหาร 17 แห่งจมอยู่ใต้น้ำ จนองค์การยูเนสโก้ ต้องมาช่วยยกให้พ้นน้ำ ถูกชะลอขึ้นสูงจากพื้นดิน 65 เมตร เป็นงานที่ยากมาก ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปี สิ้นค่าใช้จ่าย 40 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ภายในวิหารใหญ่มีห้องบูชา 3 ชั้น และมีรูปสลัก 4 องค์นั่งอยู่ด้านหน้าวิหาร แต่ละองค์สูงเท่ากับตึก 8 ชั้น และทุกปีของวันที่ 20 เดือนกุมภาพันธ์ และ ตุลาคม ลำแสงแรกของพระอาทิตย์จะสาดส่องเข้าไปที่รูปสลัก เล่ากันว่าวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันประสูติของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ขณะที่วันที่ 20 ตุลาคม ตรงกับวันขึ้นครองราชย์ของพระองค์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเจริญทางวิทยาการทางการคำนวณของชาวอียิปต์โบราณ
|
|
| 09.15 น. |
เมื่อออกจากมหาวิหารอาบูซิมเบลแล้ว เราจะเดินทางต่อไปยังเมืองอัสวาน (Aswan)
เพื่อตามหา THE MYSTERY OF EGYPT ที่ต่อไปโดยใช้บริการ
ของสายการบินอียิปต์แอร์อีกครั้ง กับเที่ยวบินภายในประเทศ
|
|
| 10.15 น. |
เดินทางสู่เมืองอัสวาน โดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินภายในประเทศ MS 248
หมายเหตุ : การเที่ยวชมมหาวิหาร อาบูซิมเบล เป็นรายการที่จัดให้เข้ากับเที่ยวบินซึ่งมีจำนวนจำกัด ดังนั้นกรุณารักษาเวลา
|
| 11.00 น. |
เดินทางถึงเมืองอัสวาน สิ่งแรกที่จะได้ชมและเชิญประจักษ์แก่สายตานั่นก็คือ เขื่อนยักษ์อัสวาน (High Dam)
ซึ่งได้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1964 และแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1968 เพื่อขวางกั้นแม่น้ำไนล์ทั้งสายให้กลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์ช่วยระบบชลประทาน ทำให้มีผลดีต่อการเพาะปลูกในลุ่มแม่น้ำไนล์ แต่มีผลเสียต่อโบราณสถานหลายแห่ง เขื่อนแห่งนี้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าให้คนอียิปต์ใช้ได้ทั้งประเทศ ใหญ่ขนาดไหน จินตนาการไม่ออกกันเลยทีเดียว

ออกจากเขื่อนอัสวานแล้ว เราก็ไปชมเสาหินโอเบลิสก์
แกะสลักจากหน้าผาซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ
(The Unfinished Obelisk)
เสาโอเบลิสก์นี้เป็นอนุสาวรีย์ชนิดหนึ่งของอียิปต์โบราณ สร้างเพื่อบูชาแด่เทพ
“อามุน-รา” หรือ สุริยะเทพ |
|
| 12.00 น. |
เที่ยงแล้ว เรามารับประทานอาหารกลางวันกัน ก่อนที่จะเปลี่ยนบรรยากาศลงไปพักค้างคืนในเรือสำราญกันบ้าง บนเรือลำนี้เราจะใช้เป็นโรงแรมลอยน้ำชั้นดีที่จะพาเราล่องไปใน
แม่น้ำไนล์ ผ่านเมืองน้อยใหญ่ ภูเขา ทะเลทรายสลับกันไป 2 คืน เมื่อถึงบนเรือแล้ว เชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยจะเดินเล่นบนเรือ หรือทำกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ |
|
| 16.00 น. |
ได้เวลาพระอาทิตย์สวยงามกำลังดี เราจะชักชวนทุกท่านมาที่จุดชมวิว Sun Set ที่สวยงามเหนือแม่น้ำไนล์ พร้อมจิบชา กาแฟ และเครื่องดื่ม ที่เรามีไว้บริการท่านอย่างเต็มที่ เก็บเกี่ยวเวลาดี ๆก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
|
|
| 20.00 น. |
รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารในเรือและพักค้างคืนบนเรือ ( คืนที่หนึ่ง) เรือจะล่องต่อไปยัง เมืองคอมออมโบ ( Kom Ombo ) เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ระหว่างเมืองอัสวาน และเอ็ดฟู สภาพตัวเมืองดูโบราณ
กว่าไคโรหรืออัสวานอย่างเห็นได้ชัด ตัวบ้านเรือนส่วนใหญ่สูงเพียงหนึ่งหรือสองชั้นฉาบปูนและทาสีต่าง ๆ สวยงาม
|
|
|
| วันที่สี่ของการเดินทาง ล่องเรือ - อัสวาน – คอมออมโบ – เอ็ดฟู |
| เช้าตรู่ |
ตื่นเช้ามารับอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าก่อน
รับประทานอาหารที่ภัตตาคารบนเรือระหว่าง
ที่เรือล่องผ่าน สถานที่ต่าง ๆ ท่านสามารถชมวิวที่สวยงาม
ของสองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ได้ตามสบาย จนเมื่อเรือเทียบท่า
เมืองคอมออมโบ ที่อยู่ทางตอนเหนือ
ของเมืองอัสวานประมาณ 40 กิโลเมตร ซึ่งอดีตเป็น
จุดพักค้าขายทองคำและสินค้าที่สำคัญของกองคาราวาน
ที่มาจากนูเบีย, ทะเลทรายตะวันออกและทะเลแดง
ที่จุดจอดแวะเรือนี้ เราจะพาท่านไปสู่
วิหารเทพเจ้าโซเบค(Sobek) เทพแห่งจระเข้
จากนั้นจะมีเวลาให้ทุกท่านได้ใช้จ่าย
เลือกซื้อของฝากสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดในเมือง
ก่อนนำกลับเรือ

|
|
| เที่ยง |
มื้อเที่ยงนี้เราจะรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารบนเรือ
หลังจากนั้น
ในช่วงบ่าย เชิญทุกท่านพักผ่อนสบายๆ พร้อมล่องเรือ ชมทัศนียภาพที่สวยงามของสองฝั่งแม่น้ำไนล์ แม่น้ำไนล์ เป็นหนึ่งในสายน้ำที่ยาวที่สุดของโลก ประมาณ 4,160 ไมล์
หรือ 6,693 กิโลเมตร แม่น้ำไนล์ไหลมาจากต้นน้ำใน
รัฐแอฟริกันชื่อ บุรุนดิ (Burundi) บางส่วนมาจากทะเลสาบวิคตอเรีย มาสมทบกับต้นน้ำจากที่สูงเอธิโอเปีย ที่เมืองคาร์ทูม
แล้วไหล
สู่เมดิเตอร์เรเนียน ทุกปีน้ำจะท่วมในฤดูฝน
ในปี ค.ศ.1971 จึงมีการสร้างเขื่อนอัสวานขึ้นเพื่อควบคุม
การไหลของแม่น้ำ
|
|
| บ่าย |
เรือเทียบท่าอีกครั้งที่ เมืองเอ็ดฟู เราจะเปลี่ยนอิริยาบทลงมานั่งรถม้าผ่านเมืองเอ็ดฟูสู่วิหาร Temple of Horus ที่โดดเด่นด้วยเทพเจ้านก Falcon แกะสลักจากหินสีดำ ที่สร้างขึ้นในยุคของคลีโอพัตรา
เมื่อ ประมาณ 2,000 ปี มาแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นผลงานเด่นสวยงามที่สุดชิ้นหนึ่งจากอียิปต์
ล่องเรือตามลำน้ำไนล์ต่อ ผ่านชมชนบทริมสองฝั่งแม่น้ำไนล์ ชมความงามของทิวทัศน์
ที่ผสมผสานระหว่างแม่น้ำไนล์สีน้ำเงิน ต้นปาล์ม และทะเลทราย
|
|
| 17.00 น. |
จิบชายามบ่าย (Afternoon Tea) แล้วพักผ่อนสบายๆ ขณะที่เรือล่องสู่เมืองลุคซอร์
|
|
| 19.00 น. |
กำลังจะเข้าสู่คืนที่สองบนเรือสำราญลำนี้ คืนนี้เราบริการอาหารค่ำบนเรือ พร้อมกับชมการแสดง และร่วมสนุกสนานกับ การแสดงระบำหน้าท้อง เรือก็จะล่องต่อไปเรื่อย ๆ ยังเมืองลุคซอร์ (Luxor) ผ่านไปทางประตูน้ำอีสน่าล๊อค (Esna Lock) ซึ่งเมืองลุคซอร์อยู่ทางตอนใต้ของเมืองไคโรกว่า 650 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำไนล์มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก
คืนนี้พักผ่อน ชาร์ทพลังให้สุด ๆ เพราะพรุ่งนี้มีอีกมายมายรอเราอยู่ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
|
|
| วันที่ห้าของการเดินทาง ลุกซอร์ – คาร์นัก – หุบผากษัตริย์ |
| เช้าตรู่ |
KNOCK KNOCK !! อรุณสวัสดิ์สมาชิกทุกท่านอีกครั้งค่ะ เช้าวันที่ห้าของการเดินทาง เช้านี้เรามีอาหารเช้าบนเรือสำราญนี้คอยให้บริการท่านตามอัธยาศัย เรือนำเรา
เดินทางมาถึง หุบผากษัตริย์ ที่นี่มีความลี้ลับซุกซ่อนอยู่มากมาย เรามาเริ่มต้นค้นหา
ความลี้ลับนั้น ของหุบเขากษัตริย์ และหุบเขาราชินี กันเลย เริ่มต้นจาการเดินทางสู่ดินแดนต้องห้ามในอดีต ที่เรียกว่า หุบผา กษัตริย์ พื้นที่ที่ถูกขุดเพื่อทำเป็นสุสานบรรจุพระศพฟาโรห์ ซึ่งเริ่มต้นในรัชสมัยของ
ฟาโรห์ ทุธโมซิสที่ 1 (3,500 ปีมาแล้ว) ทรงเห็นว่าการฝังศพแบบเดิม คือการสร้างปิรามิดบรรจุพระศพและสมบัติไอยคุปต์ ซึ่งไม่รอดพ้นจากการถูกขโมย
ลอบขุดเอาสมบัติไป
ทิ้งพระศพของอดีตฟาโรห์ นอนกลิ้งผุพังอย่างเดียวดาย ดังนั้นจึงมีประเพณีใหม่ในการฝังพระศพ แบบลี้ลับให้ยากแก่การถูกลอบขุดขโมย ต่อมาฟาโรห์แทบทุกพระองค์ในสมัยอาณาจักรใหม่ได้ดำเนินรอยตามโดย
ทำที่ฝังพระศพขึ้นไว้อย่างลับ รวมแล้วมีถึง 100 สุสาน หรือ มากกว่านั้น
หลังจากที่เดินทางถึงหุบผากษัตริย์ ทุกท่านต้องเตรียมเครื่องกันแดดให้พร้อมเนื่องจากพื้นที่อยู่กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ เราจะนำท่านนั่งขบวนรถพ่วง สู่บริเวณปากทางเข้าสุสาน เพื่อเข้าชมความยิ่งใหญ่ของสุสานฟาโรห์ ที่มีความสวยงามด้วยผนังเขียนภาพทวยเทพของไอยคุปต์ ทอดยาวมีความลึกสลับซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อ นี่คือสิ่งเดียวที่หัวขโมยเอาไปไม่ได้ และเหลือทิ้งไว้จนถึงทุกวันนี้
|
|
การเข้าชม สุสานแบ่งเป็น สองภาค คือ
- ภาคที่หนึ่งตั๋วแยก พิเศษ 1 ใบ
( ทัวร์ส่วนใหญ่จะไม่รวม แต่ A-time Traveler รวมไว้แล้วค่ะ )
เป็นของสุสานของฟาโรห์ ตุท-ตัง-อา-มุน (Tutankhamon) ที่มีการค้นพบใน
ปี ค.ศ.1922 และสมบัติล้ำค่ารวมถึงหน้ากากทองคำถูกเก็บไว้
ที่พิพิธภัณฑ์ไคโรฟาโรห์ตุตังคาเมน และ อื่นๆที่น่าสนใจที่อยากให้ทุกท่านได้ชมกัน
- ภาคที่สอง ตั๋วแพ็กเกจ ให้ท่านเลือกเข้าชมเองได้ 3 สุสาน ( ทัวร์ทั่วไป ทุกคนจะมีตั๋วประเภทนี้ )
ท่านสามารถเลือกเข้าชม ได้ 3 สุสาน จากอีกมากมายหลายสุสานรอบ ๆหุบผาบางสุสานก็ใกล้ บางสุสานก็ไกล หรือเดินขึ้นเขา มัคคุเทศก์จะแนะนำสุสานที่เด่น ๆ แล้วจะนัดเวลาให้ท่านเลือกเดินเองจนจุใจ แล้วกลับมาพบกันที่จุดนัดพบตามเวลา (การเข้าชมสุสานแต่ละห้องกำหนดโดยทางราชการบางสุสานอาจจะปิด
เพื่อการขุดค้นเพิ่มเติม หรือ ซ่อมแซม)
จากนั้นนำเดินทางอ้อมหุบผาสู่อีกด้าน
เพื่อเข้าสู่เดีย เอล บาห์รี (วิหาร ฮัทเชพซุต)

|
|
| 12.00 น. |
มื้อกลางวันแบบตรงต่อเวลา |
|
| บ่าย |
เดินทางสู่ เมืองคาร์นัค เข้าชมวิหารแห่งคาร์นัค ชมโบราณสถานที่งดงามวิจิตรที่สุดในอียิปต์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นวิหารแด่เทพเจ้าอามัน ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างทางศาสนาทั้งหมด
รวมถึงโรงหอพิธีมหึมา และถนนสายใหญ่
ทอดยาวไกลสองฝั่ง เฝ้าด้วยแถวสฟิงค์
เรียงรายสวยงาม
บ่ายวันนี้ ท่านจะได้ชม เมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ
อียิปต์โบราณ Karnak แหล่งที่ตั้งของ
แนวเสาแกะสลักขนาดมหึมาที่
วิหาร Temple of Amon Ra ถนนสฟิงค์
Avenue of the Sphinxes
สำหรับค่ำคืนนี้ เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้พักค้างคืนบนเรือ ดังนั้นเราจึงขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมปาร์ตี้
กาลาบาญ่า ไนท์ โดยการแต่งชุดพื้นเมืองเข้าร่วมงาน พร้อมสนุกสนานกับการประกวดการแต่งกาย
( ชุดกาลาบาญ่าเป็นชุดคลุมยาวหลากหลายสีมีขายทั่วไป
ตามแหล่งท่องเที่ยว ราคา ไม่แพง )
|
| 23.55 น. |
หลังจากรื่นเริงกับปาร์ตี้กันแล้ว นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงไคโร โดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 238 |
|
| วันที่หกของการเดินทาง กรุงไคโร - พิพิธภัณฑ์ - ป้อมปราการ - ช้อปปิ้ง |
| 01.05 น. |
ถึงกรุงไคโร นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Cataract Hotel เพื่อพักผ่อนเพิ่มพลังกันให้เต็มที่ |
|
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นออกเดินทางเข้า ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ เป็นสถานที่ที่เก็บสะสมโบราณวัตถุล้ำค่ามากมาย
ชม แผ่นศิลาจารึก (จำลอง) ไรเซตตา ซึ่งเป็นกุญแจไขปริศนาประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ
ชม รูปปั้นดินที่แสดงถึง ชีวิตประจำวันของชาวอียิปต์ ชม พระเศียรของพระนางเนเฟอร์ติติ 1 ใน 2 ชิ้นที่มีชื่อ
ของโลก (อีกชิ้นอยู่ที่เบอร์ลิน) ชม พระรูปของฟาโรห์
อัคนาแตน (ฟาโรห์นักปฏิวัติ) ชม พระรูปของพระนาง
ฮัตเชปสุต (ฟาโรห์สตรีองค์เดียวของอียิปต์)
ชม มัมมี่ของฟาโรห์รามเสสที่2 ชม โลงศพทองคำแท้ พร้อมหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมน และสมบัติส่วนตัวอีกมากมายของพระองค์
เช่น เตียงบรรทม, รถศึก และเก้าอี้บัลลังก์ทองคำ นอกจากนี้ท่านยังได้ชมสมบัติอันล้ำค่าอื่น ๆ อีกมากมาย
เช่น แหวน, สร้อยข้อมือ และสร้อยคอ ฝีมือประณีต
ล้วนมีอายุกว่า 3,300 ปี
 |
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
|
| บ่าย |
เดินทางต่อไปยังป้อมปราการ ที่อยู่บนเนินเขากลางกรุงไคโร สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงไคโรไกลถึงปิรามิดที่กีเซห์ และจะพาทุกท่านไปชมสุเหร่าแห่งโมฮัมหมัดอาลี
(Mohammad Ali) สุเหร่าที่ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงไคโร ออกแบบโดยสถาปนิกชาวกรีก สร้างในปี ค.ศ. 1830
เสร็จปี ค.ศ. 1848 ต้องการให้มีรูปแบบเหมือน Blue Mosque
ที่อิสตันบูล แต่ทำได้ไม่เหมือน ตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมมี
โดมขนาดใหญ่สูง 52 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 21 เมตร มี
โดมขนาดเล็กรองรับอีก 4 มุม ตัวอาคารสร้างด้วยหิน Albaster ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้างดงามตามแบบศิลปะอิสลาม
หน้าสุเหร่ามีหอนาฬิกา ที่พระเจ้าหลุยส์ฟิลิปป์แห่งฝรั่งเศส มอบให้รัฐบาลอียิปต์เป็นของขวัญ แลกเปลี่ยนกับเสา
โอเบลิสต์ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ Place de la Concorde กรุงปารีส
นำทุกท่านช้อปปิ้งที่ตลาดข่านเอลคาลิลี ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองมากมายรวมทั้งเครื่องประดับ
ที่ทำมาจากทองคำ, เพชร, พลอย, น้ำหอม, เสื้อผ้าสำเร็จรูป,
ผ้าชิ้น, เครื่องทองเหลือง, เครื่องแก้วลวดลายงดงาม
และเครื่องหนังเป็นต้น ตลาดนี้นับได้ว่าเป็นตลาดโบราณ
ที่ใหญ่ที่สุดในแถบตะวันออกกลาง
|
|
| 19.00น. |
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร จากนั้นเข้าสู่ที่พักโรงแรม Cataract Resort นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์
|
|
| วันที่เจ็ดของการเดินทาง ไคโร - ช้อปปิ้ง - กรุงเทพฯ |
|
| 09.00 น. |
อรุณสวัสดิ์วันสุดท้ายของการเดินทาง คาดว่าทุกท่านจะได้ตื่นขึ้นมาเพื่อรับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
จากนั้นพาท่านไปชม Old Coptic Cairo ที่มี โบสถ์เซ็นต์เซอร์เจียส
(Church of Saint Sergius) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงไคโรเก่า เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในกำแพงเสาหินดั้งเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 - 4 โบสถ์นี้อยู่ต่ำจากพื้นปัจจุบันลงไป 3 ชั้น เป็นที่หลบภัยของครอบครัวพระเยซูคริสต์จากเยรูซาเล็ม กล่าวไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลว่า ระหว่างที่พระองค์ยังอยู่ในวัยทารก เป็นช่วงที่กษัตริย์แฮรอดของจูเดีย สั่งฆ่าทารกผู้ชายที่เกิดใหม่ทุกคน โจเซฟและมาเรีย ได้นำพระเยซูคริสต์ ซึ่งถือกำเนิดในช่วงนั้น เดินทางมาหลบซ่อนหนีภัยกันทั้งครอบครัว ในประเทศอียิปต์เป็นเวลา 4 ปี หลังจากขึ้นมาจากโบสถ์เซ็นต์เซอร์เจียสเรียบร้อยแล้ว

|
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
|
|
| บ่าย |
ช่วงบ่ายยังพอมีเวลาเหลือให้ทุกท่านช้อปปิ้งอำลาอียิปต์ที่ ห้างสรรพสินค้า City star Mall ที่ใหญ่ที่สุด
ในอียิปต์ ท่านสามารถเดินช้อปปิ้งกับสินค้าหลากหลายยี่ห้อดัง ๆ เช่น POLO, VERSACE, COMPANY STORE,
BURBERRY, BALLY, TIMBER และBALLY TIMBERLAND เป็นต้น
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
|
|
| 18.00 น. |
รับประทานอาหารค่ำร่วมกันอีกหนึ่งมื้อ ก่อนจะเดินทางไปสนามบิน
|
|
| 22.40 น. |
ออกเดินทางโดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 958 กลับสู่กรุงเทพมหานครฯ
|
|
| วันที่แปดของการเดินทาง กรุงเทพฯ |
| 12.00 น. |
เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยความสวัสดิภาพ พร้อมของฝากคนที่บ้าน ที่ทำงานเต็มกระเป๋า
|
|
อัตราค่าบริการ
ผู้ใหญ่ท่านละ 79,500 บาท
พักเดี่ยวเพิ่ม 13,500 บาท |
อัตราค่าบริการนี้รวม
-
ตั๋วเครื่องบินไป - กลับ สายการบินอียิปต์ แอร์(ตั๋วกรุ๊ป)
-
ค่าโรงแรม (ตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่าน)
-
ค่าอาหาร (ตามที่ระบุในรายการ)
-
ค่ารถรับ-ส่ง และค่าธรรมเนียมสถานที่ท่องเที่ยว (ตามที่ระบุในรายการ)
-
ค่าธรรมเนียมวีซ่า / ค่าน้ำหนักสัมภาระคนละ 20 กิโลกรัม
-
บริษัทได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้กับลูกค้าในวงเงิน 1,000,000 บาท แต่ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่ได้
มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันภัย / ภาษีสนามบิน ค่าภาษีน้ำมันต่างๆ
-
มัคคุเทศก์คนไทยบริการตลอดการเดินทาง
|
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม |
-
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าอาหาร, ค่าเครื่องดื่มนอกรายการ
-
ค่าทำเอกสารผู้ถือต่างด้าว
-
ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
-
ค่าน้ำหนักเกินพิกัด
-
ค่าทิปไกด์, คนขับรถ และหัวหน้าทัวร์
-
ค่าบริการไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (ถ้ามี)
|
การสำรองที่นั่ง
|
ชำระค่ามัดจำท่านละ 10,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทางอย่างน้อย 15 วัน ชำระโดยโอนเงินผ่าน ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ สาขาอโศก ชื่อบัญชี บริษัท เอ – ไทม์ ทราเวิลเลอร์ จำกัด
เลขที่บัญชี 032 – 4 53723 – 4
และแฟกซ์รายชื่อผู้เดินทางเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ (หน้าพาสปอร์ต) พร้อมระบุหมายเลยโทรศัพท์ติดต่อกลับ
และโปรแกรมวันที่เดินทางมายังเบอร์แฟกซ์ 0-2669-9550 |
 |