|
อิสตันบูล - อิสเมียร์ - คูซาดาซึ
|
| |
|
05.50น. |
เดินทางถึงเมืองอิสตันบูล เดินทางต่อไปยังเมืองอิสเมียร์ โดยเที่ยวบิน TK 2312 เดินทางถึงเมืองอิสเมียร์ จากนั้นเดินทางสู่เมืองเซลจูค (SELCUK) โดยรถโค้ช
|
| |
|
12.20น. |
รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร
|
| |
|
บ่าย |
นำท่านเข้าชม HOUSE OF VERGIN MARY บ้านของพระแม่มารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ ในบ้านหลังนี้ จากนั้นนำท่านชมเมือง เอฟฟิซุส (CITY OF EPHESUS) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (IONIA) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองขึ้นที่นี่เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา “เอฟฟิซุส” ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ เช่น คอนเสิร์ตของฮูลิโอ อิงเกลเซียส จากนั้นนำท่านชมห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือปราณีต |
| |
|
19.00น. |
รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก |
| |
|
| |
นำท่านเข้าพักที่โรงแรมระดับ 4 ดาว TATLISES HOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
|
 |
|
คูซาดาซึ – ปามุคคาเล่
|
| |
|
เช้า |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม |
| |
|
08.00น. |
ออกเดินทางไปยังเมืองปามุคคาเล่ (PAMUKKALE) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดิน ผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีก ก่อนที่จะไหลลงสู่หน้าผา ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะ ขวางทางน้ำเป็นทางยาวซึ่งมีความงดงามมาก |
| |
|
เที่ยง |
รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร |
| |
|
บ่าย |
นำท่านชมปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาเล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน ที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนดังกล่าวสามารถรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมือง ฮีเยราโพลิส ล้อมรอบ นำท่านชม นครโบราณฮีเยราโพลิส ซึ่งยังคงมีสถานที่สำคัญหลงเหลืออยู่คือ โรงละครแอมฟิเทียเตอร์ซึ่งสร้างในสมัยจักรพรรดิเฮเดรียนในคริสต์ศตวรรษที่ 2 โดยโรงละครแห่งนี้ถูกดัดแปลงในคริสต์ศตวรรษที่ 3 สมัยพระเจ้าเซปติมิอุส เซเวรุสให้มีลักษณะเหมือนในปัจจุบัน สันนิษฐานว่าสามารถจุคนได้กว่า 10,000 คนในอดีตกาล นำท่านชมวิหารอะพอลโลซึ่งสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 3 ซึ่งยังคงมีซากหลงเหลืออยู่บ้าง จากนั้นนำท่านชมนีโครโพลิสหรือสุสานโรมันแบบโบราณ ทางเข้ามีการสร้างประตูโดมินีเชียนคาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 3 |
| |
|
ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก |
| |
|
| |
นำท่านเข้าพักที่โรงแรมระดับ 4 ดาว C&H HOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
|
|
ปามุคคาเล่ – คอนย่า - คัปปาโดเกีย
|
| |
|
เช้า |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม |
| |
|
| |
นำท่านเดินทางสู่เมือง คอนย่า (KONYA) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคับปาโดเกีย (CAPPADOCIA) ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงาม ของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา รวมถึงท้องฟ้าสีสดใสสองข้างทาง |
| |
|
เที่ยง |
รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร |
| |
|
 |
| |
|
บ่าย |
นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (MEVLANA MUSEUM) หรือสำนักลมวน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลานา เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่คัปปาโดเกีย ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก ระหว่างทางนำท่านชม “คาราวานสไลน์” ที่พักแรมระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน |
| |
|
ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก |
| |
|
| |
นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง” ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี ใน CAVE CAPPADOCIA |
| |
|
| |
นำท่านเข้าพักที่โรงแรมระดับ 4 ดาว TASSARAY HOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
|
คัปปาโดเกีย – ไคเซรี่ - อิสตันบูล
|
| |
|
เช้า |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม |
| |
|
| |
นำท่านชมเมืองคัปปาโดเกีย ซึ่งได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่ เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆที่งดงาม หลังจากนั้นนำท่านชมนครใต้ดิน (UNDERGROUND CITY OF DERINKUYU OR KAYMAKLI) ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนจากการรุกรานของข้าศึก พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดิน |
| |
|
เที่ยง |
รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร |
| |
|
| |
ออกเดินทางสู่เมืองเกอเรเม (GOREME) นำท่านเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ จากนั้นนำท่านแวะชมโรงงานทอพรม โรงงานเซรามิค และโรงงานเครื่องหนังชั้นนำของประเทศตุรกี พร้อมเพลิดเพลินกับการจับจ่ายซื้อของตามอัธยาศัย |
| |
|
ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร |
| |
|
| |
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองไคเซรี่ |
| |
|
20.40น. |
ออกเดินทางสู่เมืองอิสตันบูล โดยเที่ยวบิน TK 265 |
| |
|
22.05น. |
ถึงสนามบินเมืองอิสตันบูล |
| |
|
| |
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว GRAND S HOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
|
|
อิสตันบูล - กรุงเทพฯ
|
| |
|
เช้า |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม |
| |
|
| |
จากนั้นนำท่านเข้าชมพระราชวังโดลมาบาชเช่ (DOLMABAHCE PALACE) อันเป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง มีศักยภาพทางการทหารทั้งทัพบกและทัพเรืออันเป็นที่ครั่นครามไปทั่วทุกทวีป ตั้งแต่ตอนเหนือของทวีปอัฟริกา ตอนใต้ของอิตาลี และทางด้านยุโรปตะวันออกจรดกรุงเวียนนา พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้นรวมทั้งพระราชวังแห่งนี้ ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและ ตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามและไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใดๆทั้งสิ้น ภายนอกประกอบด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวแล็กๆที่ช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องหับต่างๆและฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียรไน และโคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน นาฬิกาทุกเรือนของที่นี่จะชี้เวลา 09.05 น. เป็นนิจนิรันดร์เพื่อระลึกถึงเวลาของการจากไปเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1938 ของ คามาล อาตาเติร์ก (KAMAL ATATURK) วีรบุรุษของชาติผู้บดขยี้กองทัพอังกฤษที่ กาลิโปลี ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 |
| |
|
เที่ยง |
รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร SEAFOOD RESTAURA |
| |
|
บ่าย |
นำท่านล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (THE BLACK SEA) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (SEA OF MARMARA) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตรจนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ ว่ากันว่าจนกระทั่งถึงยุคของการนำเอาเรือปืนใหญ่มาใช้และไม่เคยปรากฏว่ากรุงอิสตันบูลถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนักมาก่อนเลย ทั้งนี้เป็นเพราะป้อมปืนดังกล่าวนี้เอง ในปี ค.ศ. 1973 มีการเปิดใช้สะพานบอสฟอรัสซึ่งทำให้เกิดการเดินทางไปมาระหว่างฝั่งเอเชียและยุโรปสะดวกมากขึ้น ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาชเช่หรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น จากนั้นให้ท่านได้อิสระตามอัธยาศัยกับการเลือกซื้อของฝากที่ย่านการค้าชื่อดัง “แกรนด์บาร์ซาร์” ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกลาง ค.ศ. 15 มีร้านค้ามากถึง 4,000 ร้าน ซึ่งเป็นตลาดค้าพรมและทองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี มีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าที่มีชื่อเสียงของตุรกีอย่างจุใจ เช่น แฟชั่นเครื่องหนังคุณภาพเยี่ยม ราคาย่อมเยา และสินค้าพื้นเมืองต่างๆ |
| |
|
18.00น. |
รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารอาหารจีน |
| |
|
19.30น. |
นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองอิสตันบูล |
| |
|
23.40น. |
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน TK060 (บินตรง) |
| |
|