|
ซูริค – น้ำตกไรน์ – ซังกัลแลน – วาดูซ (ประเทศสาธารณรัฐลิกเท่นสไตน์) - เบลลิงโซน่า
ลูกาโน่ – โรงงานชอคโกเลต – อัลดอร์ฟ - อินเตอร์ลาเก้น - กรินเดอวาล -ขึ้นเขาจุงเฟรา
ลูเซิร์น – ช้อปปิ้ง - เบิร์น - รถไฟสายโรแมนติก – มองเทรอซ์
เข้าชมปราสาทชิลยอง - โลซานน์ – เจนีวาเดินทางโดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์
พิเศษสะสมไมล์การบินไทยได้ 50 % |
|
|
|
กรุงเทพฯ - อิสตันบูล (ตุรกี)
|
| |
|
21.0น. |
พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 แถว U (Row U 14 - 18) สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ส (TK) เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระ |
| |
|
23.45น. |
ออกเดินทางไปยังกรุงอิสตันบูล (ตุรกี) โดยเที่ยวบินที่ TK 61 พร้อมสัมผัสกับสิ่งอำนวยความสะดวกบนเครื่องและการต้อนรับของพนักงานต้อนรับสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ |
| |
|
|
อิสตันบูล (ตุรกี) - ซูริค (สวิสเซอร์แลนด์) - น้ำตกไรน์ - ซังกัลแลน -
วาดูซ (ประเทศสาธารณรัฐ ลิกเท่นสไตน์)
|
| |
|
06.00น. |
เดินทางถึงกรุงอิสตันบูล (ตุรกี) แวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางสู่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
|
| |
|
07.45น. |
ออกเดินทางต่อสู่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์โดยเที่ยวบิน TK 1907
|
| |
|
09.45น. |
เดินทางถึงสนามบินเมืองซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางสู่เมืองซอฟฮาวเซ่น (SCHAFFHAUSEN) ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของแม่น้ำไรน์ เมืองที่มีความสวยงาม เต็มไปด้วยกลิ่นไอของสถาปัตยกรรมสไตล์เรเนซองส์ และอาคารสไตล์คลาสสิค นำท่านเที่ยวชมและสัมผัสความงามของ น้ำตกไรน์ น้ำตกที่ใหญ่และสวยที่สุดในยุโรป ชมความแรงของกระแสน้ำที่กระทบกับโขดหินกลางน้ำดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ละอองน้ำที่กระจายปกคลุมไปทั่วเสมือนเมืองมายา สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสต้นไม้ใหญ่เรียงรายทั่วบริเวณ |
| |
|
เที่ยง |
อาหารกลางวัน ณ ERKER SCHAFFHAUSEN RESTAURANT |
| |
|
บ่าย |
นำท่านเดินทางสู่ เมืองซังกัลแลน (ST. GALLEN) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองและเข้มแข็งทางศาสนามาตั้งแต่สมัยยุคกลาง นำท่านเข้าชมความงดงามของ โบสถ์ซังกัลแลน สร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรค และยังเป็นที่ตั้งของหอสมุด STIFTSBIBLIOTHEK ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกในปี 1983 ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังอันขึ้นชื่อและภาพเขียนเฟรสโก้ ที่ออกแบบและเขียนโดยนักจิตรกรชื่อดังอย่าง ไมเคิล แองเจโล ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองวาดูซ (VADUZ) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐลิกเท่นสไตน์ ประเทศในอารักขาของสมาพันธัฐสวิตเซอร์แลนด์ ที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ นำท่านเที่ยวชมเมืองและสถานที่สำคัญๆ เช่น อาคารที่ทำการรัฐบาลและย่านการค้าใจกลางเมือง ปราสาทวาดูซ อันเป็นที่ประทับของกษัตริย์ผู้ครองนคร ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนเขาหลังตัวเมือง อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย พร้อมทั้งเดินเล่น เลือกซื้อของที่ระลึกและของฝากตามชอบ |
| |
|
ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม |
| |
|
| |
พักค้างคืน ณ.SWISS HEIDI HOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
|
|
เบลลิงโซน่า – ลูกาโน่ – อัลดอร์ฟ - อินเตอร์ลาเก้น
|
| |
|
เช้า |
อาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม |
| |
|
| |
นำท่านเดินทางสู่เมือง เบลลิงโซน่า (BELLINZONA) ซึ่งอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของมณฑล TICINO ตั้งแต่ปี ค.ศ 1878 เมืองนี้มีความสำคัญทางด้านการคมนาคมและด้านยุทธศาสตร์การทหาร เพราะเป็นเมืองที่มีป้อมปราการยุคโรมัน จึงเป็นเป้าหมายของการโจมตีจากเผ่าต่างๆ สมาพันธรัฐสวิสเซอร์แลนด์ได้เข้าครอบครองดินแดนแห่งนี้แทนอิตาลี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1512 เมืองนี้ได้รับสมญานามว่าเป็น "เมืองแห่งปราสาท" เพราะมีปราสาทโบราณและป้อมปราการโรมันโบราณ ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 13 - 15 องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมในปี 2000 อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับป้อมปราการโรมันโบราณ และชื่นชมกับความงามของเมืองเล็กๆแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลูกาโน่ (LUGANO) นำท่านเข้าชมโรงงานชอคโกเลต ALPROSE ที่มีชื่อเสียงในระดับพรีเมี่ยม เข้าชมสายพายการผลิตชอคโกเลต พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตชอคโกเลตเมื่อครั้งอดีต พร้อมเลือกซื้อชอคโกเลตนานาชนิดในราคาโรงงาน |
| |
|
เที่ยง |
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน SHANGHAI LUGANO |
| |
|
บ่าย |
นำท่านชมเมืองและเดินเล่นริมฝั่งทะเลสาบเมืองลูกาโน่ เมืองหลวงแห่งพันธรัฐทิซิโน ที่มีบรรยากาศแบบสวิส – อิตาเลี่ยน จนได้รับการขนานนามว่า “สวิสริเวียร่า” ในฐานะเป็นเมืองตากอากาศของชาวสวิส ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองอัลดอร์ฟ (ALTDORF) เมืองเล็กๆ ที่มีบรรยากาศริมทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยขุนเขา นำท่านแวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ วิลเฮล์ม เทล (WILHELM TELL) บิดาแห่งเสรีภาพของชาวสวิส ซึ่งชาวเมืองสร้างขึ้นเพื่อให้ระลึกถึง วิลเฮล์ม เทล ประวัติศาสตร์เริ่มต้นที่เมือง URI และเมือง KUSSNACHT ในละแวกทะเลสาบ กล่าวคือ ในปี ค.ศ. 1291 ประมุขของเมือง URI, SCHWYZ และ UNTERWALDEN ได้ร่วมกันต่อต้านการกดขี่และการขูดรีดภาษีของราชวงศ์ฮับสเบิร์ก ในวันที่ประมุขทั้งสามร่วมกันสาบานกันเป็นหนึ่งเดียวกัน ตรงกับวันที่ 1 สิงหาคม (ในปัจจุบันทางการกำหนดให้เป็นวันชาติ) เมื่อครั้งนั้นชาวเมือง URI ชื่อ วิลเฮล์ม เทล ปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งของผู้แทนพระองค์ของพระเจ้าแผ่นดิน จึงถูกลงโทษโดยให้เขายิงธนูไปที่ผลแอปเปิลซึ่งอยู่บนศีรษะของลูกชาย แต่เขาก็ทำสำเร็จ และต่อมาเขาก็ลอบยิงผู้แทนพระองค์เพื่อแก้แค้น จนนำไปสู่การกบฏและปลดปล่อยสวิสในที่สุด จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง เมืองอินเตอร์ลาเก้น (INTERLAKEN) หรือ “เมืองระหว่างทะเลสาบ” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบ
ทูน (TUNE LAKE) และทะเลสาบเบรียนซ์ (BRIENZ LAKE) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิสเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ พร้อมช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อนาฬิกายี่ห้อดังหลากหลายที่ผลิตในสวิส ในราคาพิเศษได้ที่นี่ ไม่ว่า
จะเป็น ROLEX, OMEGA, CHOPARD, TAG HEUER, PATEK PHILIPPE, LONGINES และอื่นๆอีกมากมาย |
| |
|
ค่ำ |
อาหารค่ำ ณ. ภัตตาคาร SCHUH INTERLAKEN (อาหารไทย) |
| |
|
| |
พักค้างคืน ณ CRYSTAL CONTINENTAL Hotel หรือเทียบเท่า |
| |
|
|
อินเตอร์ลาเก้น- กรินเดอวาล – ยอดเขาจุงเฟรา – ลูเซิร์น
|
| |
|
เช้า |
อาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม |
| |
|
| |
นำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาล (GRINDELWALD) อันได้ชื่อว่าเป็นเมืองสกี
รีสอร์ทที่สวยที่สุดในโลกตั้งอยู่ในหุบเขารายล้อมด้วยภูเขาที่สวยงาม จัดว่าเป็นสถานที่ที่โรแมนติกที่สุด ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟฟ้า เพื่อขึ้นรถไฟสายจุงเฟราบาห์เนนสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (JUNGFRAUJOCH)ซึ่งได้รับการยกย่อง จากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของสวิสเซอร์แลนด์ ระหว่างทางก่อนถึงจุงเฟรานั้น ท่านสามารถพบเห็น บ้านสไตล์สวิสน่ารักๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป มีทั้งบ้านสีน้ำตาลเข้มตัดกับหน้าต่างสีแดงสด, สีครีมอ่อนตัดกับประตูหน้าต่างสีเขียวสด สวยงามแปลกตาและมีเสน่ห์ วิวธรรมชาติที่สลับกันระหว่างสีเขียวของภูเขา ทุ่งหญ้า กับ พื้นที่ที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ระหว่างการเดินทางรถไฟจะจอดให้ท่านได้ชมความงดงามของเทือกเขาแอลป์ จนถึงยอดเขาจุงเฟรา (JUNGFRAUJOCH) ซึ่งมีความสูงถึง 13,642 ฟุต เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป (TOP OF EUROPE) นำท่านชม กลาเซียร์ หรือธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ จากนั้นสนุกสนานกับการเล่นหิมะในลานกว้าง SPHINX จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่สุด ณ จุด 3,571 เมตร ชมถ้ำน้ำแข็งที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ ธารน้ำแข็ง 30 เมตร สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง ALESTSCH ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ยาวถึง 22 ก.ม. และหนา 700 เมตร และไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและถ่ายรูปตามอัธยาศัย |
| |
|
เที่ยง |
กลางวันบนยอดเขา GLETSCHER RESTAURANT |
| |
|
บ่าย |
นำท่านเดินทางจากจุงเฟราสู่ เมืองเวนเก้น และเมืองเลาเท่นบรุนเน่น โดยรถไฟอีกด้านหนึ่งของยอดเขา (แวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็ด จุดเปลี่ยนรถไฟ ซึ่งรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาเมื่อปี 2440) ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (LUCERNE) นำท่านชมเมือง ลูเซิร์น เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของสวิส นำท่านแวะถ่ายรูปกับ
อนุสาวรีย์สิงห์โต (LION MONUMENT) ซึ่งแกะสลักอยู่บนหน้าผาของภูเขาในเมือง เป็นสัญลักษณ์ให้ระลึกถึงทหารรับจ้างชาวสวิส ซึ่งทำงานเป็นทหารรักษาพระองค์พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส จากนั้นนำท่านชม สะพานไม้คาเพล (KAPELLBRUCKE)
ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกและมีชื่อเสียงที่สุดของลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาคลุมตลอด
ทอดตัวข้ามแม่น้ำ “รุซซ์” (REUSS) อายุเก่าแก่กว่า 400 ปี และยังเป็นสัญลักษณ์ของสวิส อิสระให้ท่านเดินเล่นและช้อปปิ้งตามอัธยาศัย |
| |
|
ค่ำ |
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน ASIA TOWN LUCERN |
| |
|
| |
พักค้างคืน ณ HOTEL NH LUCERN HOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
|
 |
|
เบิร์น– รถไฟสายโรแมนติก – มองเทรอซ์– ปราสาทชิลยอง - โลซานน์
|
| |
|
เช้า |
อาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม |
| |
|
| |
นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น นครหลวงอันงามสง่าของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นเมืองมรดกโลกอันล้ำค่าที่ถ่ายทอดและได้รับการอนุรักษ์มาสู่ปัจจุบัน เบิร์น สร้างขึ้นในยุคกลางของยุโรป องค์การยูเนสโก้ประกาศให้ส่วนหนึ่งของเมือง เบิร์นเป็นมรดกโลก นำท่าน ชมมาร์กาสเซ ย่านเมืองเก่า ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี ชมถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดๆของเมืองนี้ ถนนกรัมกาสเซ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ชมนาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม อายุ 800 ปี ที่มี “โชว์” ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง แวะถ่ายรูปกับมหาวิหารเซนต์วินเซนด์รัทเฮาส์ (ทาวน์ฮอลล์) และแบเร็นกราเบ็น หรือหลุมหมีสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น และเป็นเมืองที่มีน้ำพุมากที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรป |
| |
|
เที่ยง |
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร SCHMIEDSTUBE BERN |
| |
|
บ่าย |
นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟเพื่อนั่งรถไฟสายโรแมนติกชมทัศนียภาพ ภูเขาและทุ่งหญ้าและบ้านเรือนสไตล์สวิส กับรถไฟสาย “GOLDEN PASS PANORAMIC EXPRESS” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรถไฟสายโรแมนติกอีกสายที่เชื่อมระหว่างเมืองมองเทรอซ์และเมืองสไวส์ซีเมน (ZWEISIMMEN) ท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่เคยเห็นจากภาพถ่ายทั่วไปของสวิสจากรถไฟที่แล่นผ่านสองข้างทาง ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองมองเทรอซ์(MONTREUX) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ นำท่านเข้าชมปราสาทชิลยอง (CHILLON CASTLE) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวาตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOYโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทาง ของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิส เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียว ที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี ปราสาทแห่งนี้จึงเป็นอนุสาวรีย์แห่งความเกลียดชังของชาวสวิส ในปี ค.ศ.
1530 เกิดการต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบ ของราชวงศ์ SAVOY โดยมีคนหนุ่มเลือดร้อนแห่งเจนีวา 3 คน ได้เป็นผู้นำต่อต้านแต่ท้ายที่สุดคนหนึ่งถูกจับประหารชีวิต คนหนึ่งหนีหายไป ส่วนอีกคนหนึ่งคือ FRANCOIS BONIVARD ถูกจับขังคุกล่ามโซ่ไว้ที่ปราสาทชิลยองนานถึง 4 ปี ก่อนที่ราชวงศ์ SAVOY จะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง จากกองทัพแห่งเบิร์นในปีค.ศ.1536 ปราสาทชิลยองได้รับการบูรณะในช่วงศตวรรษที่ 13 ภายในปราสาทได้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ และอาวุธต่างๆในยุคโบราณโดยแบ่งเป็นห้องทั้งหมด 32 ห้อง ห้องที่น่าสนใจคือ ห้องหมายเลข 7 ซึ่งเป็นห้องคุมขังนักโทษFRANCOIS BONIVARD ซึ่งได้แกะสลักชื่อตนไว้ที่เสาหิน จนเป็นแรงบันดาลใจให้ LORD BYRON กวีชาวอังกฤษ ซึ่งได้มาเยือนที่นี่ได้สังเกตเห็น แล้วนำไปแต่งบทกวี THE PRISIONER OF CHILLON อันเป็นการพรรณาปราสาทชิยองในด้านมืดไว้จนได้รับชื่อเสียง สำหรับห้องหมายเลข 12 ซึ่งอยู่ชั้นสอง เป็นห้องอัศวิน ภายในห้องมีการนำชุดอัศวิน หอก และดาบอัศวินมาแสดงไว้รอบๆกำแพงห้องแสดง เครื่องหมายรูปตราประจำตระกูล ส่วนห้องอื่นๆจะตกแต่งคล้ายๆกัน โดยมีข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากตะกั่วดีบุกตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 จนถึงศตวรรษที่ 15 |
| |
|
ค่ำ |
อาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม |
| |
|
| |
พักค้างคืน ณ HOTEL PARK INN HOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
|
|
โลซานน์ – เจนีวา – กรุงอิสตันบูล (ตุรกี)
|
| |
|
เช้า |
อาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม |
| |
|
| |
นำท่านเดินทางสู่เมืองโลซานน์ (LAUSANNE) ชม เมืองโลซานน์ ที่เป็นเมืองหลวงของรัฐมณฑล VAUD ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเลคเลมังค์ เป็นศูนย์กลางของคณะกรรมการโอลิมปิคสากล เพลิดเพลินกับเมืองโลซานน์อันเป็นศูนย์กลางการค้า การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการโรงแรม มีร้านค้าต่างๆมากมาย เป็นเมืองที่น่าอยู่มากเมืองหนึ่ง และเป็นเมืองที่มีความสำคัญ สำหรับชาวไทยคือเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า ชมย่านการค้ากลางเมืองที่คึกคัก นำท่านชม สถานที่สำคัญๆ เช่น โรงแรมโบริวาจ สวนสาธารณะที่มีรูปปั้นลิง3ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวง เมื่อทรงพระเยาว์, ทะเลสาบเลคเลมังค์ มหาวิทยาลัยโลซานน์ นำท่านชมศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของโลซานน์ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับศาลาไทย ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองเจนีวา (GENEVA) พันธรัฐที่เล็กที่สุดของสวิส
ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา นำท่านเที่ยวชมเมืองเจนีวา ศูนย์กลางธุรกิจการค้า การประชุมนานาชาติ และเป็นเมืองที่ตั้งขององค์กร ระหว่างประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็น องค์การสหประชาชาติ องค์การกาชาดสากล และยังเป็นที่ตั้งของธนาคารจำนวนมาก
นำท่านชม น้ำพุเจดโด กลางทะเลสาบเลคเลมังค์ ที่พุ่งขึ้นสูงถึง 140 เมตร ด้วยปริมาณน้ำ 500 ลิตรต่อวินาที และเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเจนีวา ชม นาฬิกาดอกไม้ที่สวนอังกฤษ (JARDIN ANGLAIS) ริมทะเลสาบ เจนีวาบ่งบอกถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาที่มีต่อเจนีวา |
| |
|
เที่ยง |
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน HUN LUNG 2 |
| |
|
บ่าย |
นำท่านชมย่านการค้า PUBLIC SQUARE ซึ่งเป็นส่วนเมืองเก่า ชมอนุสาวรีย์ การปฏิวัติทางศาสนา ชมอนุสาวรีย์ที่ฝังศพของเศรษฐีชาวเยอรมัน ซึ่งตั้งอยู่ในที่ที่เห็นยอดเขามองบลังได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่านการค้า อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัยได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินเจนีวา |
| |
|
17.35น. |
ออกเดินทางสู่เมืองอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK 1780 |
| |
|
21.40น. |
ถึงเมืองอิสตันบูลรอเปลี่ยนเที่ยวบิน |
| |
|
23.40น. |
ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน TK60 (เดินทางประมาณ 9 ช.ม.) |
| |
|
|
กรุงเทพฯ
|
| |
|
13.40น. |
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE) |
|
| |
Back |
|
|
|