1

กรุงเทพฯ – มุมไบ – ชมซุ้มขบวนพระพิฆเนศ

   
16.30 น.
พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ประตู 2 เคาน์เตอร์ สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ A-time traveller คอยอำนวยความสะดวกในการตรวจเอกสารเดินทาง
   
18.45 น.
ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ TG 339 สู่ นครมุมไบ
   
21.55 น.
เดินทางถึงนครมุมไบ หลังผ่านพิธีการทางศุลกากร จากนั้นให้ท่านได้บูชาสักการะองค์พระพิฆเณศตามซุ้มต่างๆที่ทางชุมชนได้ถวาย บูชา และเปิดให้ ศิษยานุศิษย์ได้สักการะบูชา ถือกันว่าองค์พระพิฆเณศจะมาสถิตอยู่ที่หัวระแหงที่มีมงคลมุรติหรือรูปเคารพขององค์ท่าน แต่ละชุมชนก็จะสร้างถวายเพื่อดึงดูดให้คนได้เข้าสักการะและแข่งขันกันในเรื่องของการบริจาคมีการแข่งขันระดับรัฐว่าใครได้เงินทำบุญมากกว่าเมื่อปีที่ผ่านมา ชุมชนที่ชนะได้เงินมากที่สุดจะได้ถ่ายทอดสดการนับเงินและลงข่าวสามวันสามคืน ได้ยอดบริจาคประมาณ100 ล้านไม่นับของถวายท่านต่างๆ เช่น มือถือ สร้อยทอง เพชร ฯลฯ เมื่อได้สรุปตัวเลขทางการก็จะบันทึกและเข้าบัญชีเพื่อสาธารณะประโยชน์ต่อไป
   
ค่ำ
สมควรแก่เวลานำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นเข้าสู่ที่พัก Trident Hotel

 

 

2

มุมไบ – นครลอนดอนของอินเดีย – ขบวนแห่วิสาร์ยัน

   
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

   
  นำชม เมืองมุมไบ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกขานว่า“บอมเบย์” ตั้งอยู่ทางตะวันตกของอินเดีย ริมฝั่งทะเลอาระเบียน เดิมเป็นเกาะ 7 เกาะที่ทางน้ำตื้นเขินจนแผ่นดินเชื่อมต่อกันเป็นแหลมยื่นลงไปในทะเลยาว 22 กิโลเมตร การเปิดคลองสุเอชในปี 1869 ทำให้เมืองนี้กลายเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในแถบทะเลอาระเบียน และจากการตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร ในศตวรรษที่ 19 มีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนมากมายด้วยศิลปะแบบโกธิคที่รุ่งเรืองในยุคนั้น จนได้ชื่อว่า “นครลอนดอนของอินเดีย” นอกจากความสำคัญในฐานะเป็นเมืองท่า มุมไบยังเป็นศูนย์กลางทางการค้า การท่องเที่ยว ตึกรามบ้านช่องสมัยใหม่ผุดขึ้นมากมาย จนเปรียบเสมือนโลก 2 ยุคมารวมอยู่ด้วยกัน มุมไบยังเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งโลกมายาและศิลปะการแสดง เป็นเมืองที่มีการผลิตภาพยนตร์มากที่สุดในโลก ประมาณ 800 เรื่องต่อปี หรือ 2 เท่าของฮอลลีวู้ด จนได้ชื่อว่า “บอลลีวู้ด” ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีประชากร 20 ล้านคน หนาแน่นที่สุดอันดับ 5 ของโลก นำชม สถานีรถไฟวิคตอเรียเทอมินาส ตั้งชื่อตามพระนามพระราชินีวิคตอเรีย หรือชื่ออินเดียใหม่ว่า สถานีรถไฟฉัตรปตี ศิวาจีเทอมินาส สร้างในปี 1888 – 1897 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียโกธิค ผสมผสานศิลปะอินเดีย ภายในตกแต่งงดงามทรงคุณค่าด้วยผลงานศิลปะ ของนักศึกษาวิทยาลัยศิลปากรของอินเดียในปี 2004 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก จากนั้นนำท่านชม อาคารสถาปัตยกรรมงดงามต่างๆ เช่น ที่ทำการรัฐบาล มหาวิทยาลัยมุมไบ ...นำท่านชม บ้านพักของท่านมหาตมะคานธี ยังมีทัศนียภาพของสถาปัตยกรรมเก่าๆ โรงละครรีกัล และประตูสู่อินเดีย ให้เป็นจุดถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ต่อด้วยการช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ณ ย่านโคลาบา เลือกหาซื้อของที่ระลึก
   
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
   
บ่าย
ร่วมจัดตกแต่งองค์พระพิฆเณศเพื่อร่วมขบวนแห่วิสาร์ยัน เพื่อเป็นสิริมงคลร่วมส่งท่านขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ในริ้วขบวนจะมีการประดับประดาตกแต่งที่สวยงามตามแต่ละชุมชนหรือบ้านผู้มีศัทธาต่อองค์ท่านนับได้ว่าเป็นกิจกรรมของชุมชน ตั้งแต่สถาบันครอบครัวจนกระทั่งสถาบันปกครองของรัฐมหาราษฎร์เลยทีเดียว จากนั้นให้ท่านได้ร่วมงานเฉลิมฉลองกับคนในท้องถิ่น หรือถ่ายรูปตามอัธยาศัย
   
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   จากนั้นเข้าสู่ที่พัก Trident Hotel
   

 

 

 

 

3

มุมไบ – ศรีบัลลาเลศวร – ปูเน่ – ดั๊กดูเศรษฐ์

   
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นเดินทางสู่เมืองปูเน่ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง บนเส้นทางไฮเวย์ที่สวยที่สุดในอินเดีย และเดินทางต่อไปยัง เมืองปัลลี (Pali) เทวสถานศรีบัลลาเลชวา(Shri Balleswar) เชื่อกันว่าเป็นเทวสถานที่องค์พระพิฆเณศ ทรงปรากฎกายในรูปของพราหมณ์หนุ่ม เพื่อช่วยเหลือ และชี้สถานที่สร้างเทวาลัยสำหรับเป็นที่ประดิษฐานของพระองค์ให้กับ บาลาล หรือบาเลศวรา ผู้ซึ่งเลื่อมใสในองค์พระพิฆเณศมาก และวัดแห่งนี้เป็นวัดที่สร้างด้วยไม้ ร่วมทำพิธีอภิเษกและขอพร

   
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
   
บ่าย
นำท่านเข้าสู่เมืองปูเน่ สักการะดั๊กดูเศรษฐ์ ที่ชาวปูเน่ นับถือและศรัทธา ถือได้ว่าเป็นองค์พระพิฆเณศ ที่รวยที่สุดในโลก เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิในด้านโภคทรัพย์เพราะจัดสร้างโดยเศรษฐีตระกูลใหญ่ในปูเน่ ( วัดนี้มีกฎระเบียบและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด )
   
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ก่อนเข้าที่พัก Lemon tree
   
   
4

เทวสถานคีรีจัตมากา-เทวสถานศรีวิฆเนฮาร-เทวสถานศรีมหาคณปติ

   
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมืองเลนยาดรี นำท่านเดินทางสู่สถานที่ ประสูติขององค์พระพิฆเณศ ,เทวสถานคีรีจัตมากา(Gilijatmaka) ตั้งอยู่บนเนินเขาบนฝั่งแม่น้ำกุกดี ที่เมืองเลนยาดรี เป็นเทวสถานที่อยู่ในถ้ำในหุบเขา ต้องขึ้นบันไดถึง 283 ขั้น ตามตำนานกล่าวไว้ว่า พระแม่อุมาปารวตี ต้องการโอรสมากจึงได้ทำพิธีปันยากพรต ( บุญยักวริตะ ) ขึ้น เพื่อเป็นการบูชาต่อพระวิษณุเทพ ตามการแนะนำของพระศิวะ เป็นเวลาหนึ่งปี ทำให้พระวิษณุโปรดปรานมาก จึงให้พระกฤษณะไปกำเนิดเป็นบุตรของพระแม่อุมา และสถานที่ที่พระแม่อุมากระทำพิธี ก็คือ เทวสถานคีรีจัตมากา แห่งนี้นี่เอง เชื่อกันว่า องค์พระพิฆเณศเป็นอวตารปางหนึ่งของพระกฤษณะด้วย การยาตรามายังถ้ำ เทวสถานคีรีจัตมากา แห่งนี้ก็เพื่อขอบุตร ซึ่งผลบุญแห่งการยาตราอันเหน็ดเหนื่อย จะทำให้ผู้ที่ยังไม่มีบุตร และมาประกอบพิธีขอบุตรที่นี่ จะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ และจะได้บุตรที่ดี เฉลียวฉลาดและมีปัญญาหลักแหลม เหมือนดังองค์พระพิฆเณศ....ให้ท่านได้ชมความงดงาม ของเทวสถานที่มีศิลปะ แบบคุปตะต่างๆ อย่างสวยงาม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ โอซฮาร์(Ozhar) เมืองที่เป็นที่ตั้ง หนึ่งในแปดเทวสถานอัษฏวินายัก เทวสถานศรีวิฆเนฮาร (Shri Vighneshar) เทวสถานนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1833 บางตำราก็บอกว่าสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1783 ซึ่งมีชื่อเสียงมากในเรื่องความงดงามทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะ ยอดโดมที่เป็นทองคำ และความงดงาม ของพวงมาลัยที่ประดับประดาอยู่ในตัวเทวาลัย ตามตำนานกล่าวไว้ว่ากษัตริย์อภินันทะ ได้ประกอบพิธีบูชายัญเพื่อประสงค์ที่จะไป จุติเป็นอินทรเทพ เมื่อพระอินทร์ทราบข่าวจึงส่งกาละ (ตัวหน้ากาล หรือ เวลาเหมือนผู้ทำลาย) ลงมาในร่าง วินะสูร เพื่อขัดขวาง การทำพิธีไม่ให้สำเร็จ ทำให้เกิดความทุกข์ เข็นเดือดร้อนไปทุกหมู่มวลมนุษย์ ทุกข์ทรมาน และพิธีกรรมต่างๆ ก็ไม่สามารถที่จะประสิทธิผลได้ ร้อนถึงเหล่าเทพเทวาทั้งหลายพากันมาสวดมนต์อ้อนวอนต่อองค์พระพิฆเณศ ขอให้เสด็จลงมาช่วยปราบวินะสูร องค์พระพิฆเณศ จึงเสด็จ ลงมาปราบวินะสูรจนสำเร็จ ก่อนที่วินะสูรจะตายได้ขอร้องให้พระพิฆเณศใช้คำนำหน้าว่า “คณ” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา องค์พระพิฆเณศจึงได้รับสมญาว่า “คณ” หมายถึงผู้เป็นหัวหน้า หรือผู้เป็นใหญ่ ผลบุญแห่งการยาตราสู่เทวสถานแห่งนี้ เชื่อกันว่า จะทำให้เกิดความสะดวกในกิจการงานต่างๆ ปัดเป่าทุกข์ภัยและอุปสรรคในการทำงานต่างๆ อีกด้วย
   
เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

บ่าย
นำท่านเดินทางท่านสักการะ เทวสถานศรีมหาคณปติ ณ เมือง รันยันกาวน์ (Ranjangoan) ที่แห่งนี้เป็นที่ ที่มหาศิวะเทพ ได้จุติมาปราบยักษ์ตนหนึ่ง ที่ชื่อว่า “ตรีปุระสูร” ซึ่งได้รับพรจากองค์พระพิฆเณศ และศิวะเทพเท่านั้นที่สามารถกำจัดได้...... เมื่อมหาศิวะเทพ ได้ต่อสู้เพื่อกำจัดอสูรตนนี้ก็ไม่สามารถปราบลงได้ เทพนพเคราะห์ดวงดาวทั้งเก้าแห่งจักรวาลก็ได้กราบทูลแด่องค์ศิวะเทพให้บูชาองค์พระพิฆเณศก่อนแล้วจึงจะสำเร็จ และศิวะเทพก็ได้กระทำพิธีบูชาองค์พระพิฆเณศ ก่อนจะไปกำจัดยักษ์จนสำเร็จ และสถานที่แห่งนี้เอง เป็นที่ที่พระศิวะได้สถาปนามหาคณปติ มหาคณปติ หมายถึง ผู้เป็นใหญ่ หรือหัวหน้าคณะทั้งปวง ในความหนึ่งก็คือองค์พระพิฆเณศนั่นเอง ผลบุญแห่งการยาตรามากราบไหว้บูชาต่อเทวสถานแห่งนี้จึงเชื่อกันว่า จะนำมาซึ่งพลังอำนาจยิ่งใหญ่ สามารถพิชิตมารร้าย หรืออุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงได้สำเร็จและจะทำให้มีชื่อเสียงเกียรติยศปรากฏสืบไป สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับไปยังเมืองปูเน่....
   
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นเข้าสู่ที่พัก Lemon tree

 

 

 

5

เทวสถานศรีจินตามณี-เทวสถานศรีสิทธิวินายัก-เทวสถานศรีมยุเรชวาร

   
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่ เมืองเธ- อูร(Theur) เทวสถานศรีจินตามณี ( SHRI Chintamani) เมื่อพระเจ้าโมรยะ โกสาวี ได้บรรลุสัจธรรมที่เมืองนี้พระราชโอรสของพระองค์จึงสร้าง เทวสถานแห่งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง เล่าสืบกันมาว่า สถานที่แห่งนี้ กานาโอรสของกษัตริย์อภิจีต และ มหาราณี กูนะวะตี ได้เดินทางมาเพื่อแย่งชิงเอาจินดามณี หรือหินสารพัดนึกจากกาปิลา แต่กาปิลาไม่ยอม ให้จินดามณี พระแม่คงคาได้แนะนำให้กาปิลา ทำพิธีขอพรจากองค์พระพิฆเณศและด้วยผลของการบูชาทำ ให้พระพิฆเณศจึงเสด็จลงมาปราบกานา โดยใช้ขวานฟันหัวของกานาขาด ภายใต้ต้นกาดัมบา (Kadamba) เหตุการณ์นี้เองทำให้พระองค์มีอีกพระนามหนึ่งว่า “ จินตมณี ” เชื่อกันว่า ด้วยผลบุญแห่งการยาตรามา กราบไหว้บูชา องค์พระพิฆเณศ ณเทวสถานศรีจินตามณีแห่งนี้ จะทำให้ผู้นั้นหมดความกังวลใจ หมด ความทุกข์ใด ๆที่มีอยู่ ความทุกข์ทั้งปวงจะถูกขจัดปัดเป่าลงด้วยอานิสงส์แห่งการสักการะบูชานี้ สมควรแก่เวลาเดินทางต่อไปยัง เทวสถานศรีสิทธิวินายัก ตั้งอยู่เมืองสิทธิเตก(Siddhatek) ริมฝั่งแม่น้ำภีมะ ใกล้กับเมืองอะฮะเมนนคร เทวสถานศรีสิทธิวินายัก แห่งนี้ก็คือเรื่องราวของการสร้างโลก โดย พระพรหมประชาบดี เมื่อพระองค์ทรงสร้างโลกขึ้นมา จากการช่วยเหลือขององค์พระพิฆเณศ แล้วจุดแรกที่ทรงสร้างขึ้นก็คือ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของเทวสถานศรีสิทธิวินายักแห่งนี้นั่นเอง

   
เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

   
บ่าย
จากนั้น เดินทางต่อไปยัง เทวสถานศรีมยุเรชวาร ตั้งอยู่เมืองโมเร่กาวน์ (MOREGOAN) คำว่า โมเร่ คือ มยุรา หรือ นกยูงในภาษาไทยเรานั้นเอง ส่วนคำว่ากาวน์ แปลว่าหมู่บ้าน รวมความได้ว่าเป็น หมู่บ้านนกยูง เทวสถานแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 14 โดยพระเจ้าโมเรยะ โกสาวิ มีเรื่องเล่ากันมาแต่ครั้งโบราณว่า องค์พระพิฆเณศ ได้ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองนี้ โดยที่พระองค์ทรงนกยูง มาสังหารสินธุ บุตรของจันทระปานี ที่เกิดความอหังการทะนงตนว่าได้รับพรจากพระสุริยะเทพ โดยเที่ยวฆ่าและรังแกฝ่ายเทวดาและจับตัวมาขัง องค์พระพิฆเณศ ได้สังหารสินธุโดยการตัดเศียร และเชื่อกันว่าเศียรของสินธุได้ตกลงมายังเมืองนี้ ณ บริเวณเป็นที่ตั้งเทวสถานปัจจุบัน
   
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นเข้าสู่ที่พัก Lemon tree
   
   

 

6

เทวสถานศรีวราด์วินายัก – สักการะสิทธิวินายัก – พระแม่ลักษมี

   
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นเดินทางสู่เมืองมาฮัด(Mahad)เมืองสุดท้ายของอัษฏวินายัก เทวสถานศรีวราด์วินายัก (Viradavinayaka ) เป็นสถานที่ที่องค์พระพิฆเณศให้พรแก่รุกมากันดาว่า ถ้าผู้ใดได้ยาตรามายังเทวสถานแห่งนี้ และขอพรต่อเรา เราจะประทานพรให้โดยเติมเต็มความปรารถนาของเขาให้ครบถ้วนบริบูรณ์ทุกอย่าง ขอให้ผู้ที่มายังเทวสถานแห่งนี้ จงประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ ผู้ที่มีจิตศรัทธาเคารพเลื่อมใสในองค์พระพิฆเณศ หากได้มีโอกาสยาตรา มากราบไหว้ขอพรจากพระองค์ท่าน ณ สถานที่แห่งนี้ จึงเชื่อกันว่า จะประสบความสำเร็จ และความสมหวังมากเป็นพิเศษ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางไปยังเมืองมุมไบ

   
เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปสักการบูชาเทพผู้เติมเต็ม สิทธิวินายัก พิฆเณศวร แห่งความสำเร็จ ประดิษฐานที่มุมไบ ซึ่งเป็นเทพเจ้าประจำรัฐ และตั้งอยู่ที่เมืองหลวงของรัฐมหาราษฎร์ ปัจจุบัน.. สมควรแก่เวลานำท่านสักการะเทวสถานแห่งพระแม่ลักษมี เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย...สร้างขึ้นเมื่อปี 1890 เมื่อช่างชาวอังกฤษพยายามจะสร้างสะพาน และสิ่งก่อสร้างต่างๆ ณ บริเวณที่ประดิษฐานแห่งพระแม่เดิม... แต่ก็ไม่สำเร็จเกิดอาเพทต่างๆจนกระทั่งพระแม่ได้เข้าฝันและบอกสถานที่แห่งนี้ขึ้น ให้เป็นเทวสถานถวายแด่พระแม่ลักษมี จากนั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านทั่วทุกสารทิศก็มาสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งความมั่งคั่งมั่นคงแก่ตนเอง นอกจากนี้ยังได้สักการะบูชา พระแม่อุมา เทพแห่งความรักและครอบครัว และพระแม่สุรัสวดี ผู้เป็นเทพแห่งศิลปะการแสดง และการบันเทิงต่าง ๆ

   
18.00 น.
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานซาฮาร์ และ เตรียมพร้อมสัมภาระเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
   
23.35 น.
ออกเดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 318
   
 

 

7

มุมไบ – กรุงเทพมหานคร

   
05.35 น.
เดินทางถึงท่าอากาศสุวรรณภูมิ....โดยสวัสดิภาพ...
   

 

 

 

 

 

รายละเอียดเพิ่มเติม,ใบสมัคร

  อัตราค่าบริการ การสำรองที่นั่ง
  ใบสมัครเดินทาง