The best destination of croatia


ตอนแรกที่ผมบอกกับใคร ๆ ว่าจะไปโครเอเชีย ไม่ค่อยมีใครรู้จักสถานที่แห่งใหม่นี้สักเท่าไหร่ ประเทศนี้พึ่งเปิดประเทศครับ ทีแรกผมก็รู้จักโครเอเชียแค่ผ้าสีแดงตารางหมากรุก รู้จักผ่านทีมนักฟุตบอลของเค้า คำถามต่อมาคือ ไปกับใคร ประเทศนี้อยู่ที่ไหน และไปดูอะไรครับ ผมตอบรวดเดียวเลยแล้วกัน โครเอเชียทริปนี้พวกเราไปกับรายการวิทยุกรีนเวฟครับ


เรานั่งเครื่องบินไปเกือบ 12 ชั่วโมง จะชมของดีหน่อยก็ต้องอดทนครับ อึดใจเดียวเท่านั้น โครเอเชียนั้นเป็นประเทศรูปเสี้ยววงเดือน และมีเมืองหลวงชื่อซาเกร็บ ประเทศนี้กำลังฮอตและได้รับความนิยมมากในอันดับต้น ๆ ของยุโรปเลยทีเดียว อดีตที่ผ่านมาของประเทศนี้ เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญ เคยผ่านสงครามมามากมาย เคยโดนแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ รวมไปถึงความน่าอัศจรรย์ของภาพพระแม่มารีที่ไม่ถูกเผาทำลาย เมื่อไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ.1731 และในวันที่เราได้มาเหยียบแผ่นดินประเทศโครเอเชียนี้ ผมรู้สึกภูมิใจแทนคนในประเทศของเค้า กับประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และภาพตึกวิหารโบราณเก่าแก่ต่าง ๆ ที่อยู่ตรงหน้าผมในขณะนี้ เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกเลยจริง ๆ ครับ และของที่ระลึกส่วนส่วนใหญ่ของที่นี่ จะเป็นรูปหัวใจ... เพื่อให้ทุกคนรู้ซึ้งถึงความรัก และดูแลกัน หลังจากสู้รบกันมานาน...บ้านเราน่าจะมีแบบนี้บ้างนะครับ


ส่วนเมืองนี้ “ดูบรอฟนิค” ครับ เมืองมรดกโลกติดทะเล ซึ่งถือว่าเป็นเมืองไฮไลท์ของโครเอเชียเลยทีเดียว เมืองนี้เก๋มากครับ เค้าทำทางเดินบนกำแพงเมืองให้เดินชมทัศนียภาพเมืองเก่าที่เคยผ่านสงครามมา และฟื้นฟูให้กลับมาสวยงามได้อย่างรวดเร็ว


พฤศจิกายน เดือนที่เริ่มจะเข้าหน้าหนาวบ้านเรา อากาศที่โครเอเชียกำลังสบายเลยล่ะครับ
อยู่ที่ประมาณ15 องศา เราเดินเที่ยวชมเมืองเก่าหลังคาสีส้ม แล้วก็เดินหาซื้อผลไม้ตามข้างทาง
ทำตัวเหมือนกับเป็นชาวเมืองของเค้า ดีเหมือนกันนะครับเวลาไปเที่ยวแล้ว
ได้มีโอกาสซื้อของตามตลาดข้างทาง เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันปรกติ
ไม่ต้องรีบร้อน เอาเท้าแตะเมือง รีบกินข้าว และก็รีบออกไปเมืองอื่นต่อ
ผมชอบแบบนี้ล่ะครับ สบาย ๆ ดี


ไปกันต่อที่เมืองพลิทวิตเซ่ครับ  ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศ ถูกค้นพบขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1949
ปัจจุบันมีพื้นที่ประมาณ 300 ตารางกิโลเมตร ท่ามกลางทะเลสาบ 16 แห่ง
และป่าไม้นานาพันธุ์จนองค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979    
บันทึกภาพเสร็จ กลับมาดูอีกครั้งนึง อืม...เหมือนอยู่เมืองไทยเหมือนกันนะเนี่ย



เก็บภาพคู่รัก ปิ่น-เจ มาฝากกันครับ สวยหล่อแบบนี้นึกว่ามาถ่ายแบบที่โครเอเชียซะอีก
เสียดายผมไม่มีนางแบบมาด้วยสิครับ (มีแต่บอสครับผม)

 

 อันนี้ ปิ่นโดนไกด์หลอกครับ  เค้าบอกว่าให้ขึ้นไปเหยียบบนหินแล้วจะโชคดี 
 ปีนกันใหญ่เลยทีนี้

อ้อ...ส่วนคู่หลังสุดนี้ ไม่ใช่คู่รักครับ เป็นดีเจประจำทริปครับ เอกกี้ กับพี่อ้อย-นภาพร
กำลังพักผ่อนหาของทานในร้านกาแฟกลางเมืองครับ

 

พูดถึงเรื่องอาหารการกิน ที่นี่เค้าก็มีหลายแบบ หลากเมนูให้เลือกทานนะครับ
คนไทยอย่างพวกเราไม่ต้องกลัวอดตายครับ อาหารทานง่าย และก็อร่อยด้วยสิครับ
ผมเองยังกินไปเยอะ กลับมาน้ำหนักขึ้นไปเลยโลเลยทีเดียว


จบเมนูอาหารคาวต่อด้วยเมนูอาหารหวานไอศครีม อร่อยมาก ๆ
อีกหนึ่ง destination ที่ไม่ควรพลาดครับ



เรานั่งรถโค้ชไปกันต่อที่เมืองโทรเกีย
เกาะเล็กๆที่เป็นอู่อารยธรรมกรีกโบราณมาตั้งแต่ 380 ปี ก่อนคริสตกาล
เขาอนุรักษ์ความเป็นเมืองเก่า ไม่ว่าจะเป็นจัตุรัสกำแพงเมือง
และป้อมปราการไว้เป็นอย่างดีจนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก
ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997 สวยงามมากครับ



ร้านขายของที่ระลึกทั่วไป พบเห็นได้ตามสองข้างทางครับ
บ้านเค้าพึ่งจะเปิดให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใสกันมาก ๆ ครับ


สกุลเงินของโครเอเชีย เรียกว่า kuna ครับ
อยากรู้ว่าคิดเป็นเงินไทย เท่าไหร่ คูณ 7 เลยครับ

 

ปิดท้ายกันที่รูปนี้แล้วกันนะครับ
ความหวังใหม่ของโครเอเชีย กับตัวแทนของเสรีภาพ

The best destination of croatia
เมืองแห่งความประทับใจ และมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก
จนกว่าคุณจะได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง

แล้วเจอกันใหม่ ขอให้เมืองไทยสงบสุข สวัสดีครับ...